Shopping Cart

1-Day Express Delivery

Power Meter คืออะไร และจำเป็นแค่ไหนสำหรับนักปั่นจักรยาน

Power Meter จักรยาน กลายมาเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญชื้นหนึ่งสำหรับนักปั่นจักรยานสายจริงจัง และผู้ที่ต้องการพัฒนาการปั่นของตัวเองให้ดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ แต่พาวเวอร์มิเตอร์ อาจจะยังเป็นอุปกรณ์ที่ไม่คุ้นหน้าคุ้นตาเท่าไหร่ ในบทความนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักว่าเจ้าตัวเครื่องวัดวัตต์เป็นอย่างไร และปิดท้ายด้วยคำถามที่ว่าคุ้นค่ากับการลงทุนซื้อมาใช้งานหรือไม่

power meters

Power Meter คืออะไร

พาวเวอร์มิเตอร์คืออุปกรณ์เสริมสำหรับติดตั้งบนจักรยานเพื่อวัดกำลัง และสมรรถภาพของนักปั่นจักรยาน โดยผลที่จะแสดงออกมาจะมีหน่วยเป็นวัตต์ ซึ่งทำให้หน่วยวัตต์กลายเป็นหน่วยวัดกำลัง แรง หรือรอบขาของผู้ใช้งานในวงการจักยาน ซึ่งในปัจุบันตัววัดแรงมีให้เหลือกมากมายหลายรุ่น หลายแบรนด์ หลายราคา และมีตำแหน่งให้เลือกติดตั้งที่แตกต่างกัน นอกจากราคาที่ต่างกันแล้ว อาจจะความคลาดเคลื่อนที่วัดเป็นเปอร์เซ็นที่ยิ่งมีราคาแพงความคลาดเคลื่อนในการวัดก็จะน้อยลงอีกด้วย

Power Meter ทำงานอย่างไร

หลักการทำงานของ Power Meter คือการวัดกำลังที่จักรยานได้รับในตำแหน่งที่ติดตั้งอุปกรณ์ชิ้นนี้ เช่นดุมล้อ, กะโหลก, ขาจาน, หรือที่บันได ด้วยเซนเซอร์ที่เรีกยว่า Strain Gauges ตัวเซ็นเซอร์ตัวนี้จะทำการวัดแรงที่กระทำ (ที่คุณเหยียบบันได) กับความเร็ว และแปลงออกมาเป็นหน่วยวัตต์ให้นักปั่นได้ทราบกัน โดยสูตรการคำนวนก็คือ Power = Force x Velocity (กำลัง = แรง x ความเร็ว)

Strain Gauges คือหนึ่งในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีหลากหลายสเปคหลากหลายราคาให้เลือก ซึ่งจะไปส่งผลกับราคาของพาวเวอร์มิเตอร์ เพราะยิ่งเซ็นเซอร์ตัวนี้มีความแม่นยำมากเท่าไหร่ ราคาก็ยิ่งแพงขึ้นไป

ความแม่นยำ

ค่าความแม่นยำคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับพาวเวอร์มิเตอร์ของจักรยาน และเป็นสินที่ผู้ผลิตคำนึงถึงเป็นลำดับต้นๆ ปกติแล้วผู้ผลิตในแต่ละแบรด์จะระบุค่าความคลาดเคลื่อนของความแม่นยำในการวัดเอาไว้อยู่ระหว่าง ±1.5% – ± 2.5% ซึ่งแตกต่างกันไปตามแต่ละรุ่น

อย่างที่บอกไปว่าส่วนมากแล้วยิ่งอุปกรณ์หรือเซ็นเซอร์ที่มีราคาแพงค่าความคลาดเคลื่อนก็จะน้อยลง (แต่ก็ไม่เสมอไป) นอกจากนี้ยังปัจจัยอื่นๆ ที่สามารถส่งผลถึงความแม่นยำในการวัดแรงวัตต์ได้ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งที่ติดตั้ง คุณภาพของเซ็นเซอร์ ไปจนถึงอุปกรณ์ของวัสดุขณะวัด

ประเภทของ Power Meter

Power Meter จักรยาน มีให้เลือกติดตั้งหลายตำแหน่ง แล้วแต่แบรนด์ หรือผู้ผลิตต้องการ ซึ่งในแต่ละตำแหน่งก็จะมีข้อดี และข้อเสียแตกต่างกันไป ทั้งความยาก ง่ายในการติดตั้ง ทำความสะอาด ไปจนถึงค่าความแม่นยำในการวัดกำลังของนักปั่นจักยาน

Rotor INPower

ดุมล้อจักรยาน (Hub-based systems)

การติดตั้งที่ดุมล้อจักรยานคือระบบที่เรียบง่ายที่สุดของพาวเวอร์มิเตอร์ เพราะมีปัจจัยมาส่งผลต่อแรงที่ทำกับ strain gauges น้อยที่สุด หลายคนรวมถึงวิศกรให้ความเห็นว่า power meters แบบที่ติดดุมล้อให้ค่าความแม่นยำสูงสุด โดยค่าที่วัดได้อาจจะได้ค่าน้อยกว่าแบบที่บันได หรือขาจานเล็กน้อย

ข้อเสียคือหากคุณมีล้อจักรยานหลากหลายขนาดทำให้คุณเปลี่ยน power meters ไปยังล้อยื่นๆ หรือจักรยานคันอื่นๆ ได้ลำบาก ยกเว้นคุณจะเป็นช่างซ่อมจักรยานมือฉมัง

กะโหลกจักรยาน (Bottom bracket systems)

การติดตั้งที่กะโหลกจักรยานให้ความแม่นยำที่สูง และต้องการการดูแลรักษาที่น้อย แต่แลกมาด้วยการติดตั้งที่ยาก และมีความซับซ้อน ด้วยขนาดของกระโหลกที่แตกต่างกัน

ใบจาน (Chainring based)

Power Meters แบบใบจานจักยานให้ค่าความแม่นยำที่สูงมาก แต่ค่าแรงที่วัดได้ไม่ได้วัดแยกขาแต่ละข้าง ทำได้เพียงการประมาณค่าเท่านั้น ส่วนข้อเสียก็เป็นเช่นเดียวกับแบบกะโหลกจักรยาน ที่การสับเปลี่ยนใบจานอาจจะทำได้ลำบากขณะที่ติดตั้ง Power Meters และต้องดูความเข้ากันได้กับอุปกรณ์ชิ้นอื่นๆ อีกด้วย

power meters Rotor INSpider

ขาจาน (Crank arm-based)

ข้อดีของ Crank arm-based คือการติดตั้ง และสับเปลี่ยนระหว่างจักรยานทำได้ง่ายมาก นอกจากนี้ยังสามารถติดตั้งทั้งสองข้าง และวัดแรงแยกแต่ละขาของนักปั่นจักยานได้

บันไดจักรยาน (Pedal-based)

ติดตั้งได้ง่าย รวมไปถึง การสับเปลี่ยนไปใช้กับจักรยานคันอื่นๆ ก็ทำได้ง่ายเช่นกัน แต่การเลือกใช้พาวเวอร์มิเตอร์ตรงบันไดอาจจะมีด้อยตรงค่าความแม่นยำกว่าในตำแหน่งอื่นๆ เล็กน้อย เพราะในจุดนี้มีปัจจัยหลายปัจจัยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการวัดแรง และในตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งเปิด อุปกรณ์อาจจะเสียหายได้ง่ายกว่าการติดตั้งในตำแหน่งอื่นๆ

power meters Speedplay POWERlink

นอกจากตำแหน่งของพาวเวอร์มิเตอร์ ที่ติดอยู่ในตำแหน่งต่างๆ แล้ว การทำงานหรือระบบยังสามารถมาจำแนกประเภทของอุปกรณ์นี้ได้อีก 3 รูปแบบการทำงาน

Single-Sided Systems

Single-Sided Systems คือการวัดกำลังขาจากด้านในด้านหนึ่งเพียงด้านเดียว (ส่วนมากจะเป็นขาข้างซ้าย) จากนั้นเครื่องหรืออุปกรณ์นี้จะค่าไปคำนวณเป็นสองเท่าจากค่าที่วัดได้ กลายเป็นกำลังทั้งหมดที่คุณออกแรงปั่นจักรยาน ดังนั้นค่าความแม่นยำของระบบ Single-Sided อาจจะไม่ได้มีความเที่ยงตรงมากนั้น เพราะส่วนมากการออกแรงขาจะจะไม่ได้ออกแรงเท่ากันที่สองข้าง แต่ขาแต่ละข้างจะอยู่แรงอยู่ที่ 48/52% ส่วนข้อดีของระบบนี้ก็คือราคาถูกว่าประเภทอื่นๆ

Rotor INPower

Combined Systems

ระบบนี้คือการวัดพลังหรือแรงของเราด้วยการจากขาซ้าย และขาขวา แต่ Power Meter ไม่ได้วัดแรงแยกออกจากกันอย่างอิสระ ดังนั้นแม้ว่าคุณจะได้ค่าวัตต์ที่แม่นยำมากขึ้น แต่ระบบนี้ไม่สามารถบอกแรกแบบแยกของขาแต่ละข้างได้

Double-Sided Systems

Double-Sided หรือ Left/Right Side ตามชื่อก็คือ Power Meters วัดแรงจากขาทั้งสองขาแยกจากกันอย่างอิสระ พบได้ในอุปกรณ์รุ่นใหม่ และราคาก็แพงตาขึ้นไปด้วย ในระบบการวัดแบบนี้จะมีประโยชน์ในกรณีที่นักปั่นมีแรงขาไม่สมดุลกัน คือแรงข้างใดข้างหนึ่งมีมากกว่าอีกข้าง รวมถึงยังมีประโยชน์อย่างมากในช่วงที่ที่มีอากาศบาดเจ็บเกิดขึ้นที่ขาข้างใดข้างหนึ่ง

พาวเวอร์มิเตอร์แบบนี้จะต้องติดตั้งในอุปกรณ์ที่ได้รับแรงจากขาทั้งสองขาเช่น บันได หรือขาจาน แต่ก็จะมีราคาสูงกว่าอุปกรณ์ปกติมาก

Rotor 2INPower

การเชื่อมต่อ ฟีเจอร์อื่นๆ และข้อมูลที่ได้รับ

การมีพาวเวอร์มิเตอร์ไม่ใช่จุดจบ แต่เพียงแค่จุดเริ่มต้น เพราะข้อมูลหรือตัวเลขที่เราได้มาจะไม่เกิดประโยชน์แต่เราไม่เข้าใจ และไม่ศึกษา แต่อันแรกคุณต้องมีเครื่องมือในการอ่านค่าข้อมูลที่ได้จากพาวเวอร์มิเตอร์ อาจะเป็น มอนิเตอร์ติดจักรยาน อุปกรณ์วัดค่าต่างๆ เช่น ความเร็ว หรือ HRM ไปจนถึงสมาร์ทวอทช์ เพื่อสามารถอ่านค่าได้แบบเรียลไทม์ แต่การเลือกดูต้องดูการเชื่อมต่อที่ Power Meter และอุปกรณ์รองรับด้วยว่าตรงกันหรือไม่ โดยส่วนมากแล้วจะเป็นระบบ Bluetooth หรือ ANT+

นอกจากนี้ยังสามารถนำข้อมูลที่ได้ทั้งแบบเบื้องต้นเช่นแรงขา หรือรอบขา หรือแบบลึกอย่างเช่น รอบขาแต่ละขา จังหวะการกดบันไดจักรยาน นำไปออกแบบการซ้อม และปรับปรุงการปั่นจักยานให้ออกมามีประสิทธิภาพที่สุด โดยการหากค่า Functional Threshold Power (FTP) เพื่อสร้างเพดานในการซ้อม

อย่างที่บอกว่าการมี พาวเวอร์มิเตอร์ เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น

สิ่งอื่นๆ ที่ควรคำนึงถึงในการเลือกซื้อ Power Meter

นอกจากสเปค ตำแหน่ง หรือราคา ที่เราต้องคำนึงถึงก่อนการซื้ออุปกรณ์สำหรับปั่นจักยานชนิดนี้แล้ว ยังมีข้อแนะนำอีกเล็กน้อย ที่จะทำให้คุณจะได้ Power Meter ที่ดี และไม่มีปัญหาในการใช้งานอีกด้วย

  • หาที่ติดตั้งได้ง่าย ก่อนการเลือกซื้อต้องแน่ใจว่า power meter ที่คุณเลือกสามารถติดตั้งได้ด้วยตัวเอง หรือมีช่างผู้เชี่ยวชาญติดตั้งให้ เพื่อความปลอยภัย และเพื่อให้อุปกรณ์ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • อายุของแบตเตอรี่ พาวเวอร์มิเตอร์ ในปัจจุบันใช้การเชื่อมต่อแบบไร้สาย หมายความว่าต้องมีแบตเตอรี่เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งส่วนมากแล้วอายุการใช้งานจะยาวนานอย่างมาก แต่ก็จงเช็กให้มั่นใจว่า อายุของแบตเตอรี่จะยาวนานตามความต้องการของคุณ
  • การรับประกัน เนื่องจากพาวเวอร์มิเตอร์ เป็นอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์ หรือระบบไฟฟ้า อาจจะมีปัญหา และขัดข้องได้ทุกเมื่อ ดังนั้นจงตรวจสอบการประกัน ทั้งในเรื่องของเงื่อนไข และระยะเวลา ในการรับประกันสินค้า เพื่อความสบายใจของผู้ใช้งาน

Power Meter จำเป็นไหม

ข้อสรุปสุดท้ายของบทความนี้ย้อนมากับคำถามที่ว่า แล้วพาวเวอร์มิเตอร์สำหรับจักรยาน จำเป็นต้องมี หรือจำเป็นต้องใช้งานไหม คำตอบที่ได้คงจะต้องตอบว่า จำเป็นสำหรับบางคน และไม่จำเป็นสำหรับบางคน เพราะพาวเวอร์มิเตอร์ไม่เหมาะสำหรับทุกคน

อย่างที่บอกว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้มีหน้าที่ในการวัดแรงที่คุณออก หรือที่กระทำกับจักรยาน ดังนั้นถ้าคุณเป็นสายชิว ปั่นจักยานเพียงการออกกำลังกาย หรือออกไปพบปะปั่นร่วมกับกลุ่มเพื่อนๆ ไม่ได้จริงจังถึงขณะต้องลงแข่งขัน หรือทำเวลาไปแข่งกัยใคร คุณไม่จำเป็นจะต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อ Power Meter นอกจากนี้การวัดแรง ที่ออกยังมีวิธีอื่นๆ อีกเช่นกัน เช่นดูอัตราการเต้นของหัวใจ ก็พอจะประเมินคร่าวๆ ได้ แต่ไม่ได้แม่นยำเท่ากับการใช้ Power Meter

แต่หากคุณต้องการใช้ข้อมูลที่เที่ยงตรงเพื่อนำไปวิเคราะห์การปั่นของคุณ เพื่อการพัฒนาในด้านต่างๆ ต้องการออกแบบการฝึกซ้อมให้ตรงกับความต้องการ รวมไปถึงการดูจุดอ่อนในการปั่นจักรยานของคุณ พูดง่ายๆ ว่าคุณต้องการพัฒนาขัดจำกัดของการปั่นของตัวเองให้ขยับขึ้นไปอีกขั้น Power Meter คือคำตอบที่คุณต้องการ

สรุปสั้นๆ ว่า ถ้าคุณเป็นนักปั่นจักยานที่ต้องซ้อมปั่นอย่างหนัก และซ้อมอย่างสม่ำเสมอ Power Meter จะเป็นอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์การซ้อมปั่นจักยานของคุณ ทำให้ประสิทธิภาพในการปั่นของคุณดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด

power meters Speedplay POWERlink

สำหรับใครที่สนใจ Power Meter สามารถเข้ามาเลือกชมได้ทาง alta24.com หรือเข้ามาพูดคุย และสอบถามข้อมูลผ่านทาง LINE ของเรา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

สะดวก รวดเร็ว

ด้วยบริการขนส่งสินค้าจากบริษัทขนส่งชั้นนำ

คัดสรรแบรนด์

สินค้าคุณภาพจากแบรนด์ระดับโปรทัวร์

มั่นใจกับการประกันสินค้า

รับประกันสินค้าโดยตรงจากเจ้าของผลิตภัณฑ์

ซื้อสินค้าปลอดภัยด้วย

บริการชำระเงินผ่าน K-Payment Gateway จาก ธนาคารกสิกรไทย