Shopping Cart

1-Day Express Delivery

เลือกเบาะจักรยานอย่างไร ให้ปั่นสบายตลอดเวลา

เบาะจักรยาน คือส่วนที่รองรับน้ำหนักของร่างกายของนักปั่น ดังนั้นการหาเบาะที่เหมาะสมกับร่างกายของเราเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้นักปั่นนั่งได้อย่างสบาย และไม่มีอากาศเจ็บบริเวณก้น หรือชาบริเวณเป้า เนื่องจากเบาะไม่เข้ากับสรีระร่างกาย ในบทความนี้เราจะพาทุกคนไปดูวิธีการเลือกเบาว่าจะต้องเลือกอย่างไรบ้าง เพื่อให้เหมาะกับร่างกายของเราที่สุด

เบาะจักรยาน

ลักษณะของเบาะ

ก่อนอื่นมามาดูกันที่ตัวเบาะของจักรยานกันก่อนว่ามีลักษณะอย่างไรบ้าง ตรงจุดใดบ้างที่แตกต่างกัน

ความกว้าง

ความกว้างของเบาะปั่นจักยานคือส่วนที่วัดระยะห่างของขอบสองด้านที่กว้างที่สุดของเบาะ ซึ่งในจุดนี้เป็นช่วงที่ก้นของเรานั่งลงมา หรือส่วนกระดูกที่เรียกว่า Sit Bone 2 จุดสัมผัสกับเบาะ ดังนั้นหากเลือกความกว้างที่มากไป หรือน้อยเกินไป Sit Bone ก็จะไม่ได้สัมผัสกับเบาะเต็มที่ หรือเกิดการนั่งผิดท่า และทำให้นั่งไม่สบาย

ไปอ่านเรื่องราวของ Sit Bone หาความกว้างเบาะของตัวเองได้ที่บทความ : Sit Bone กระดูกส่วนสำคัญในการหาเบาะที่ใช่

โดยปกติความกว้างของเบาะจะอยู่ที่ตั้งแต่ 120 มิลิเมตร ไปจนถึง 160 มิลิเมตร ซึ่งแต่ละแบรนด์ แต่ละยี่ห้อก็ทำเบาะที่มีขนาดแตกต่างกันไป เช่น Selle italia ก็จะเบาะที่มีความกว้าง 2 ขนาดเท่านั้นคือ 130 กับ 145 มิลิเมตร หากใครก็รู้ขนาดความกว้างของ Sit Bone ก็นำมาเลือกดูความกว้างของเบาะที่เหมาะกับเราได้ (อย่าลืมบวกเพิ่มจากความกว้างไปอีก 20 มิลิเมตร)

sit bone

ความโค้งด้านข้าง

ความโค้งจุดนี้คือความโค้งของเบาะด้านข้าง หรือด้านปีกของเบาะ ที่จะเป็นแบบงอลงมาหาตัวจักรยาน หากมองจากด้านหลังของเบาะ โดยความโค้งตรงนี้ไปสัมพันธ์กับตำแหน่งของ Sit Bone หรือจุดที่ร่างกายลงน้ำหนักลงมาหาเบาะจักรยาน

โดยความโค้งด้านข้างจะแบ่งออกเป็นหลัก 2 รูปแบบ คือ เบาะโค้ง กับ เบาะเรียบ ซึ่งเบาะที่เรียบจะนั่งไปสบายกว่า เพราะมีจุดที่รับน้ำหนักเยอะกว่า

ความโค้งด้านข้างของเบาะจักรยาน

ความโค้งของทั้งเบาะ

ความโค้งจุดนี้คือความโค้งที่สำคัญที่สุดของเบาะสำหรับการปั่นจักรยานในด้านยาว ซึ่งจะถูกแบ่งหลักๆ เป็น 2 ประเภท แต่ในบางแบรนด์อาจจะมี 3 ประเภท แตกต่างกันไปตามคอลเลกชั่น เช่น Fizik จะแบ่งเบาะของจักรยานตามความโค้งของเบาะเป็น Aliante, Antares และArione หรือ Selle italia จะแบ่งเป็น Flite, SLR และ Novus

ความโค้งเบาะจักรยาน

เบาะที่มีความโค้งแบบ Flat หรือเบาะเรียบ

เบาะจักรยานแบบนี้เหมาะสำหรับนักปั่นที่มีความยืดหยุ่นของร่างกายสูง เพราะด้วยพื้นผิวที่ราบเรียบเท่ากันทุกส่วน ทำให้นักปั่นจักรยานสามารถเลือกจุดที่นั่งปั่นได้ตามต้องการ

เบาะที่มีความโค้งแบบ Curved หรือเบาะโค้ง

เป็นเบาะที่ออกแบบมาให้เหมาะกับนักปั่นที่มีความยืดหยุ่นของร่างกายต่ำ เพราะช่วงโค้งของเบาะจะเป็นจุดบังคับให้นักปั่นนั่งปั่นได้ถูกตำแหน่งที่สุด ดังนั้นหากคุณเป็นนักปั่นที่ไม่ได้เปลี่ยนท่าทางการปั่นบ่อยๆ เบาะโค้ง ก็เป็นทางเลือกที่จะทำให้คุณนั่งปั่นได้สบายมากขึ้น

รูปทรงของเบาะ

หากมองเบาะจากด้านบนลงมา ลักษณะรูปร่างของเบาะจะถูกแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบคือ

T-shaped

เบาะรูปแบบนี้จะมีลักษณะเหมือนรูปตัว T คือส่วนหัวเบาะจะแคบ และด้านหลังเบาะจะกว้าง ซึ่งจะช่วยให้นักปั่นลดปัญหาการเสียดสีระหว่างเบาะกับต้นขา

Pear-shaped

เบาะรูปแบบที่สองคือเบาะที่มีลักษณะเหมือนลูกแพร คือเบาะจะค่อยๆ กว้างขึ้นเรื่อยๆ จากด้านหน้ามาถึงด้านหลังของเบาะ เบาะสำหรับปั่นจักรยานรูปทรงนี้จะให้ความสบายในการนั่งมากกว่า และให้นักปั่นได้เปลี่ยนท่าปั่นได้ง่ายขึ้น

รูปทรงเบาะจักรยาน

กันกระแทก (Padding)

เบาะในหัวข้อนี้ เราหมายถึงเบาะที่ให้ความนุ่มสบายยามนั่งปั่นจักรยาน ไปถึงช่วยในการกันกระแทก ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 แบบได้แก่

กันกระแทก (Padding)

เจลกันกระแทก

เบาะที่ใช้เจลมาเป็นตัวกันกระแทก และเพิ่มความนุ่มของเบาะ ข้อดีของเจลคือมันจะปรับให้เข้ากับรูปร่างของร่างกาย และท่าทางการนั่งของคุณโดยเฉพาะ ทำให้เบาะที่ใช้เจลจะรู้สึกสบายที่สุด แต่ก็มีข้อเสียเช่นกันคือเจลจะเสื่อมสภาพเร็ว ซึ่งอาจจะทำให้เบาะแข็งขึ้นได้

โฟมกันกระแทก

เบาะที่เลือกใช้โฟม จะมีข้อดีคือความยืดหยุ่นของเบาะสูง และกลับมาคืนรูปได้ ไม่ได้ปรับรูปทรงของเบาะให้เข้ากับร่างกายแบบเดียวกับเจล เบาะที่ใช้โฟมเหมาะสำหรับนักปั่นที่ปั่นจักรยานทางไกล ปั่นนานๆ หรือมีน้ำหนักตัวเยอะ

ไม่มีตัวช่วยกันกระแทก

เบาะที่ไม่มีตัวช่วยในการกระแทก ถือว่าเป็นอีกทางเลือกของนักปั่น โดยตัวเบาะจะมีเพียงหนัง หรือผ้าฝ้ายขึ้นมาคลุมเพียงเท่านั้น แม้ว่าจะไม่มีตัวกันกระแทกจะทำให้ความสบายในการนั่งลดลง แต่นักปั่นบางคนก็บอกว่าเพียงพอแล้ว แถมยังมีความทนทาน และมีอายุใช้งานมากกว่าเบาะที่ใช้เจล หรือโฟม ไม่ต้องมาคอยกังวลเรื่องการเสื่อมสภาพ

นอกจากนี้การที่เบาะไม่มีตัวกันกระแทก ทำให้บริเวณอาน หรือเบาะ กับร่างกายช่วงก้นที่สัมผัสกับเบาะจะเย็นกว่าแบบอื่นๆ ซึ่งเหมาะสำหรับการนั่งปั่นในช่วงที่มีสภาพอากาศร้อน

วัสดุหุ้มเบาะจักรยาน

ส่วนนี้ของอานจักรยานคือส่วนที่อยู่ชั้นบนสุด ทำให้เป็นส่วนที่จะได้รับการสัมผัสกับร่างกายของนักปั่น ซึ่งวัสดุที่ถูกนำมาหุ้มเบาะมีหลายชนิด โดยการเลือกวัสดุต้องเลือกที่นั่งได้สบายที่สุด และควรดูรอยเย็บ หรือขอบต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากวัสดุกับตัวเบาะประกอบด้วย เพราะรอยหรือขอบเหล่านี้ อาจจะอยู่ในจุดที่ส่งผลต่อการนั่งปั่น ทำให้เกิดการเสียดสีที่มากขึ้น และทำให้ความสบายการปั่นจักรยานคุณลดลง

วัสดุสังเคราะห์

วัสดุที่ยอดนิยมที่สุดในปัจจุบันในการเลือกมาทำเบาะปั่นจักรยาน เพราะวัสดุสังเคราะห์มีความทนทานสูง น้ำหนักเบา และอายุในการใช้งานที่มากกว่าแบบอื่น ทำให้กลายเป็นเบาะที่นักปั่นส่วนมากหยิบมาอยู่ในตัวเลือกเป็นอันดับแรกๆ

หนัง

หนังจะให้ความรู้สึกในการนั่งปั่นคล้ายกับวัสดุสังเคราะห์ แต่มีความยืดหยุ่นมากกว่า ช่วงแรกการนั่งปั่นบนเบาะหนังอาจจะมอบความสบายที่น้อยกว่า แต่หากคุณใช้เบาะที่ถูกห่อหุ้มด้วยหนังไประยะหนึ่ง ตัวหนังจะปรับให้เข้ากับลักษณะการนั่ง และร่างกายของนักปั่น ทำให้เกิดความสบายมากยิ่งขึ้น แต่ข้อควรระวังคือการดูแลรักษา เพราะหนังไม่สามารถกันน้ำได้ อาจจะต้องหาครีม หรือน้ำยามาช่วยในการดูแลอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นควรศึกษาข้อมูลในด้านการดูแลรักษาก่อนทำการซื้อ เพื่อยืดอายุการใช้งานของเบาะที่ถูกหุ้มด้วยหนัง

หนังหุ้มเบาะจักรยาน

ผ้าฝ้าย

เป็นวัสดุที่อีกประเภทที่ถูกนำมาหุ้มกับเบาะ ผ้าฝ้ายมีความยืดหยุ่นเหมือนกับการใช้หนังหุ้ม ทำให้นักปั่นนั่งบนเบาะได้สบายขึ้น และข้อดีอีกหนึ่งอย่างคือ ผ้าฝ้ายจะใช้เวลาปรับเข้ากับร่างกายน้อยกว่าเบาะที่หุ้มด้วยหนัง

ราง

รางคือส่วนที่ยึดเบาะเข้ากับตัวจักรยาน โดยตัวรางส่วนใหญ่จะเป็นรางคู่ยาวขนาดไปกับตัวเบาะตั้งแต่หัวจนถึงท้าย และลงมาเชื่อมกับเฟรมของรถ ความสำคัญของรางคือวัสดุที่นำมาใช้ เพราะจะส่งผลต่อน้ำหนัก ความแข็งแรง รวมไปถึงราคาของเบาะ ดังนั้นใครที่กำลังหาทางลดน้ำหนักของจักรยานของคุณให้เบาขึ้น ลองมองหารางจักรยานที่ทำมาจากวัสดุน้ำหนักเบาเป็นทางเลือกแรกๆ ดู

รางจักรยาน

เหล็ก : คือวัสดุส่วนใหญที่พบได้สำหรับการทำรางจักรยาน เพราะเหล็กมีความแข็งแรงมากที่สุด และราคาต่ำที่สุด แต่ข้อเสียคือรางที่ทำมาจากเหล็กจะมีน้ำหนักมาก

แมงกานีส หรือโครโมลี : ความแข็งแรง และความทนทานของรางที่ได้ไม่แตกต่างจากรางที่ทำมาจากเหล็ก แต่จะมีน้ำหนักที่เบากว่า

ไทเทเนียม : หากคุณมองหาความเบาเป็นอันดับแรกๆ ควรหารางที่ทำมาจากไทเทเนียม เพราะมีน้ำหนักเบา แต่ยังคงความแข็งแรงของวัสดถุเอาไว้ นอกจากนี้ยังสามารถดูดซับแรงกระแทกที่ส่งขึ้นมาถึงเบาะได้อย่างดี แต่ก็มีราคาที่สูงเช่นกัน

คาร์บอน : เช่นเดียวกับไทเทเนียม คาร์บอน คือวัสดุที่ถูกใช้ในการทำรางของเบาะระดับพรีเมี่ยม หรือเบาะระดับท็อป เนื่องจากน้ำหนักที่เบา และสามารถดูดซับแรงกระแทกได้ดีที่สุด หากเปรียบเทียบ รางที่ทำมาจากคาร์บอน จะมีน้ำหนักเบาที่สุด อาจจะน้อยกว่า 100 กรัม

ฟังก์ชั่นอื่นๆ

ผ่าช่วงกลางเบาะ (Cut-Out)

สำหรับเบาะที่มีการผ่าช่วงกลางของเบาะให้เป็นรู หรือมีการเซาะร่องตรงกลางของเบาะ เพื่อช่วยให้แรงกดทับของน้ำหนักที่ลงมาถึงเบาะในช่วงระหว่างขา หรืออวัยวะเพศลดลง ส่งผลให้ลดอาการเป้าชา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเบาะแบบ Cut-Out จะทำให้ทุกคนนั่งได้สบายมากขึ้น แต่ขึ้นอยู่กับแต่ละคนมากว่า

ผ่าช่วงกลางเบาะจักรยาน

ช่วงหน้าสั้น

ช่วงหน้าที่สั้น เราอาจจะพบเห็นได้สำหรับในบางแบรนด์ของเบาะปั่นจักรยานเท่านั้น เช่น Selle Italia ที่จะมีรุ่นที่เบาะสั้นกว่ารุ่นอื่นอยู่ 2 เซ็นติเมตร โดยมีคำเรียกว่า Boost ความยาวเบาะที่ถูกทำให้สั้นลง เพื่อเปิดโอกาสให้นักปั่นสามารถเลือกทำฟิตติ้ง ให้เอื้อต่อการปั่นในท่าแอโร่ได้ดีมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับนักปั่นสายแข่งขันเป็นพิเศษ

วิธีการเลือกเบาะจักรยาน

หลังจากรู้แล้วว่า เบาะสำหรับปั่นจักรยาน มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง และความแตกต่างในส่วนต่างๆ ส่งผลต่อการปั่นอย่างไร ต่อไปจะมาดูวิธีการเลือกอานจักรยานเบื้องต้นเพื่อให้ได้เบาะที่ต้องการ และเข้ากับร่างกายได้ดีที่สุด

ขี่จักรยานประเภทใด ท่าปั่นเป็นแบบไหน

ประเภทของการขี่ และท่าทางในการปั่นส่งผลต่อเบาะอย่างยิ่ง เบาะสำหรับจักรยานเสือมอบ และเสือภูเขามีความแตกต่างกัน รวมถึงเบาะสำหรับนักปั่นไตรกีฬา หรือปั่นจักรยานแบบทัวร์ริ่ง เพราะการปั่นแต่ละรูปแบบ ท่าทางการนั่งปั่นย่อมแตกต่างกัน

หากคุณเป็นนักปั่นประเภทถนนที่ต้องการความเร็วสูงเพื่อการแข่งขัน ลองมองหาเบาะที่แคบ เพื่อส่งแรงจากร่างกายให้ได้มากที่สุด แต่หากเป็นนักปั่นสายชิว ที่มีท่าทางการนั่งปั่นหลังตรง ควรเลือกเบาะจากความสบายก่อนเป็นอันดับแรก ดังนั้นเบาะที่มองหาอาจจะเป็นเบาะที่มีวัสดุกันกระแทก และมีความกว้างที่มากที่สุด

เบาะจักรยาน

รู้จักร่างกายของตัวเอง

ส่วนนี้คือส่วนสำคัญที่สุดในการเลือก กับร่างกายของนักปั่น เพราะมนุษย์ทุกคนที่ร่างกายที่แตกต่างกัน ตั้งแต่หัวจรดเท้า ไปจนถึงความยืดหยุ่นที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นคุณไม่สามรถเลือกเบาะเลียนแบบใครได้เลย

ส่วนที่ต้องรู้คือความยืดหยุ่นของร่างกายของคุณว่ามีมากขนาดไหน การทดสอบง่ายๆ คือให้ลองนั่งเหยียดขาไปข้างหน้าทั้งสองข้าง แล้วก้มตัวให้ปลายนิ้วมือไปแตะที่ปลายเท้า โดยเข่าไม่งอ แต่ไม่ต้องทำให้เกิดกล้ามตึงระหว่างเอื้อมไปถึงปลายเท้า หากคุณสามารถแตะนิ้วเท้าของตัวเองได้อย่างสบายๆ สิ่งนี้จะบอกได้ว่าคุณเป็นนักปั่นที่มีความยืดหยุ่นสูง

อีกหนึ่งจุดของร่างกายที่ควรรู้คือตำแหน่ง Sit Bone และระยะห่างของ Sit Bone ทั้งสองจุด ความสำคัญและวิธีการวัดง่ายๆ ที่ทำได้ที่บ้านทาง Alta24 เคยเขียนไว้แล้วกดไปอ่านได้ที่ : วิธีการวัด และความสำคัญของ Sit Bone

ลองจับเบาะของจริง และลองใช้ปั่นจริงๆ

ทางเลือกที่ดีที่สุด และแนะนำที่สุดก่อนการเลือกซื้อเบาะจักรยาน หลังจากที่รู้ลักษณะต่างๆ ของตัวเบาะ และร่างกาย รวมไปถึงท่าทางการปั่นของตัวเองแล้ว เราแนะนำให้ไปเลือกจับ เลือกหาดูเบาะของจริงว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร หรือถ้าเป็นไปได้ ลองหาร้านจักรยานที่มีบริการ Bike Fitting เพื่อวัดร่างกายของเราดูเสียก่อน เพราะหากเราได้ลอง Bike Fitting จะทำให้เราได้ค่าต่างๆ ที่เที่ยงตรงที่สุดกว่าการวัดด้วยตัว และจะได้เบาะที่เหมาะกับร่างกายของเรามากที่สุดด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ถ้าเป็นไปได้ แนะนำในลองนำไปเบาะปั่นจริงๆ บางคนการลองนั่งอาจจะเพียงพอให้รู้สึกว่าเบาะไม่เข้ากับร่างกายของเรา แต่บางคนลองนั่งครั้งแรกอาจจะไม่ถูกใจ แต่หลังจากลองปั่นทดสอบดูแล้วกลายเป็นเบาะที่เหมาะมากที่สุด ในการทดลองปั่น คุณต้องไม่รู้สึกชาบริเวณเป้า หรือรู้สึกเจ็บในบริเวณดังกล่าว ต้นขาไปเสียดสีไปกับเบาะ ถ้าเป็นไปได้ควรทดลองปั่นขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง ไปจนถึงหลักสัปดาห์ เพื่อให้เบาะได้ปรับเข้ากับร่างกายดูว่า เรากับเบาะจักรยานรุ่นนี้เกิดมาเพื่อคู่กัน

ตอนนี้ทาง Alta24 เปิดให้นักปั่นได้ลองนำเบาะจักรยานของ Selle italia ไปปั่นกันได้ถึง 18 วัน กันแบบฟรีๆ (เริ่มนับจากวันที่ทำรายการสั่งซื้อเข้ามา) เข้าไปอ่านรายละเอียดการยืมเบาะเพิ่มเติมได้ที่ : ลองเบาะจักรยาน Selle italia ฟรี!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

สะดวก รวดเร็ว

ด้วยบริการขนส่งสินค้าจากบริษัทขนส่งชั้นนำ

คัดสรรแบรนด์

สินค้าคุณภาพจากแบรนด์ระดับโปรทัวร์

มั่นใจกับการประกันสินค้า

รับประกันสินค้าโดยตรงจากเจ้าของผลิตภัณฑ์

ซื้อสินค้าปลอดภัยด้วย

บริการชำระเงินผ่าน K-Payment Gateway จาก ธนาคารกสิกรไทย