Shopping Cart

1-Day Express Delivery

เอาให้ชัด! ยางจักรยาน Pirelli แต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร

หลายๆ คนที่หลงรักการปั่นจักรยานคงชอบความรู้สึกของล้อที่ได้สัมผัสกับพื้นผิวของถนน ความรู้เร็วที่ร่างกายได้สัมผัสส่งผ่านขึ้นมาจากจักรยาน และสิ่งสำคัญที่เป็นส่วนประกอบสำคัญที่สุดของจักรยานที่เราจะมาพูดถึงวันนี้คือ ยางจักรยาน กับแบรนด์ Pirelli ที่จะพาทุกคนไปเปรียบเทียบถึงข้อแตกต่างของยางแต่ละรุ่น และรุ่นไหนเหมาะกับการใช้งานในรูปแบบใดบ้าง

ยางจักรยาน

สำหรับยางจักรยานจาก Pirelli แบ่งออกเป็นหลายรุ่น หลายประเภทแตกต่างกันตามการใช้งาน ทั้งสำหรับเสือหมอ เสือภูเขา หรือสาย Gravel ในบทความนี้เราจะเน้นไปที่การเปรียบเทียบยางของสายเสือหมอบอย่างในรุ่นของ P ZERO™ และ P7™ Sport

ลายหน้ายาง

ก่อนจะไปเจาะลึกลงไปดูในแต่ละรุ่น เรามาดูสิ่งสำคัญที่สังเกตุได้ง่ายเวลาเลือกยางกับลายหน้ายาง หากคุณต้องการยางเพื่อใช้ในการแข่งขัน หรือเน้นไปที่ความเร็ว ยางที่เลือกใช้ควรเลือกรุ่นที่มีลายหน้ายางน้อยๆ โดยเฉพาะในรุ่น P ZERO™ RACE TLR SL ที่ระยะห่าง และลายหน้ายางน้อยมากๆ ส่วนในรุ่นอย่าง P ZERO™ ROAD ก็จะมีความถี่ของลายที่มากเพื่อการยึดเกาะถนนที่ดีขึ้น

โลโก้ Pirelli

นอกจากประสิทธิภาพแล้ว ความสวยงามยังเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก สำหรับยางของ Pirelli มีจะมีโลโก้ Pirelli อันสวยงามอยู่สองตำแหน่งตรงข้ามกัน ยกเว้นในรุ่น P7™ Sport ที่มีเพียงตำแหน่งเดียว

P ZERO™

ยาง Pirelli ในรุ่น P ZERO™ เป็นยางสำหรับจักรยานเสือหมอบที่เรียกได้ว่าเป็นตัวท็อปของแบรนด์นี้ได้เลย เพราะพวกเขาใช้ประสบการณ์มากกว่า 100 ปีในวงการยานยนต์ และร่วมพัฒนากับแชมป์เวิร์ดทัวร์เพื่อพัฒนายางรถจักรยานที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดสำหรับนักปั่นที่ต้องการชัยชนะในการแข่งขัน อาจจะนิยามสั้นๆ ได้ว่า เป็นยางที่สร้างขึ้นมาเพื่อการแข่งขัน

P ZERO™

P ZERO™ RACE

P ZERO™ Race คือยางงัด Tube-type สายเบา รุ่นท็อปจาก Pirelli ที่เหมาะทั้งสำหรับใช้ในการฝึกซ้อม และการใช้ในการแข็งขัน เพราะเน้นไปที่ความเร็วเป็นสำคัญ โดยส่วนประกอบใช้ SmartEVO Compound ทำให้ยางสามารถใช้งานได้ในทุกสภาพพื้นผิวไม่ว่าถนนจะแห้งหรือเปียก ตัวยางมีขนาดให้เลือก 3 ไซส์คือ 26-662, 28-662, 30-662 โดยมีน้ำหนัก 205 กรัม, 225 กรัม และ 245 กรัมตามลำดับ

P ZERO™ RACE TLR

สำหรับยาง P ZERO™ RACE TLR คือยางจักรยานที่พัฒนาต่อมากจาก P ZERO™ RACE ด้วยการเน้นประสิทธิภาพด้านความเร็วเช่นเดิม แต่สิ่งที่ P ZERO™ RACE TLR เพิ่มเข้ามาคือสามารถใช้แบบ Tubeless หรือไม่มียางในได้ ทำให้พื้นผิวของยางรุ่นนี้ถูกพัฒนาไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า TechWALL+ ทำให้ป้องกันยางแตกได้ดีขึ้นจากรุ่นเดิม

ยางจักรยาน P ZERO™ RACE TLR

สำหรับยางรุ่นนี้ในขนาด 28-622 และ 28-622 สามารถใช้กับขอบแบบ hookless ได้แต่ต้องเติมลมตามคำแนะนำส่วนขนาด 24-622 และ 26-622 ไม่สามารถใช้กับขอบแบบ hookless

P ZERO™ RACE TLR SL

มาถึงตัวสุดท้ายในตระกูลนี้กับยาง P ZERO™ RACE TLR SL สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาคือคำว่า SL ในยางรถจักรยานรุ่นนี้ถูกพัฒนาโดยเน้นไปที่น้ำหนักเป็นหลัก เรียกได้ว่าป็นตัวเบาที่สุดจาก Pirelli ใช้โครงสร้างแบบ TechWALL ที่ได้ทำการพัฒนาแพทเทิร์นยางร่วมกับทีมโปรทัวร์ จากการพัฒนาร่วมกันจึงได้ยางแข่งที่มีประสิทธิภาพสูง

ข้อแตกต่างระหว่างรุ่น P ZERO™ RACE TLR กับ TLR SL คือน้ำหนัก ในรุ่น TLR SL ได้ตัดคุณสมบัติอย่าง Aramid Breaker (ป้องกันยางแตก) ออกไปทำให้ยางมีน้ำหนักเบาลง

ยางจักรยาน P ZERO™ RACE TLR SL

P ZERO™ ROAD

เป็นยางงัดสำหรับนักปั่นที่มองหาความสมดุล สามารถนำไปใช้ปั่นในทุกสภาพถนน โดยเน้นไปที่ความทนทานของยางเป็นหลัก ความโดดเด่นที่สำคัญคือลายหน้ายางที่ถูกดีไซน์ด้วยลายสายฟ้าแบบเดียวกับยางอื่นๆในตระกูล P ZERO™ แต่มีการเพิ่มความถี่หน้ายางเพื่อให้สามารถใช้ในการปั่นทุกสภาพถนนได้ดีมากขึ้น และส่วนผสมของยางเลือกใช้ส่วนผสมที่ช่วยในการ เพิ่มแรงเกาะและลดค่า rolling resistance ทำให้และทำให้ยางมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากขึ้น โดยยาง P ZERO™ ROAD มีน้ำหนักอยู่ที่ 255 กรัมในขนาด 28-622

P ZERO™ ROAD

P7™ Sport

สำหรับยางรุ่น The P7™ Sport เป็นรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับใช้ในการฝึกซ้อม ทำให้นักปั่นสามารถควบคุมรถจักรยานได้ดีที่สุดตลอดการฝึกซ้อม และเพิ่มความทนทานในการใช้งาน นอกจากนี้ด้วยเทคโนโลยี 60tpi TechBELT ของขอบยางที่กว้างขึ้น ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่ง และจัดการกับยางในตามความต้องการของตัวเองได้ สำหรับส่วนประกอบของยางใช้ PROCompound ที่เน้นเพื่อการปั่น หรือใช้งานในระยะเวลาที่นาน มีความทนทานสูง และยังยึดเกาะกับท้องถนนได้ดียามพื้นเปียก

เปรียบเทียบยาง Pirelli ตัวท็อป

สำหรับยางตัวท็อป หรือตัวที่เน้นประสิทธิภาพดีที่สุดของ Pirelli เป็นตัว P ZERO™ RACE ทั้ง 3 รุ่น ซึ่งทั้ง 3 รุ่นก็มีข้อแตกต่างอยู่ดังนี้

  1. ยางใน ในรุ่น P ZERO™ RACE เป็นรุ่นที่ไม่สามารถใช้แบบไม่มียางในได้ ดังนั้นให้สังเกตุคำว่า TLR ที่ย่อมาจาก Tubeless Ready หรือยางที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานแบบไม่มียางใน
  2. การป้องกันการถูกเจาะยาง สำหรับในรุ่น P ZERO™ RACE เลือกใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า TechBELT Road ส่วนในรุ่น TLR พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นเนื่องจากเป็นอย่างแบบ Tubeless จึงใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า TechWALL+ ส่วนในรุ่น TLR SL เนื่องจากต้องการลดน้ำหนักของยางจึงตัดชั้นของยางที่เรียกว่า Aramid Breaker ที่คอยช่วยป้องกันการถูกเจาะ เทคโนโลยีในรุ่นนี้จึงมีชื่อว่า TechWALL
  3. น้ำหนัก เป็นสิ่งสำคัญในการเลือกยางทำให้เราต้องมาดูน้ำหนักในขนาดที่เท่ากัน (28 มิลลิเมตร) ในรุ่น P ZERO™ RACE มีน้ำหนักที่ 205 กรัม ในรุ่น TLR มีหนักหนักที่ 270 กรัม และรุ่น TLR SL มีน้ำหนักที่ 245 กรัม แต่ในรุ่น P ZERO™ RACE ปกติน้ำหนักที่ระบุมานั้นยังไม่รวมน้ำหนักของยางใน

เปรียบเทียบยางจักรยานแบบงัด

สำหรับประเภทของยางในแบรนด์ Pirelli มีให้เลือกทั้งแบบยางงัด และแบบ Tubeless ซึ่งในแบบยางงัดมีด้วยกัน 3 รุ่น ได้แก่ P ZERO™ RACE, P ZERO™ ROAD และ P7™ Sport ทั้ง 3 รุ่นมีจุดที่แตกต่างกันดังนี้

  1. ส่วนประกอบยาง ในยางงัดตัวท็อปอย่าง P ZERO™ RACE จะใช้ SmartEVO Compound ส่วนตัว P ZERO™ ROAD จะใช้ส่วนประกอบที่เรียกว่า EVO Compound และใน P7™ Sport จะใช้ PROCompound จุดที่แตกต่างกันคือความลื่น และความทนทาน โดยตัว SmartEVO จะให้ความลื่นยางล้อสัมผัสกับผิวถนนดีที่สุด แต่ก็มีความทนทานต่ำที่สุด ส่วน PROCompound ก็จะเน้นไปที่ความทนทานสูงที่สุด
  2. โครงยาง ในสองรุ่นอย่าง P ZERO™ RACE กับ ROAD จะใช้โครงยางแบบ 120 tpi แต่มีวัสดุต่างกันเล็กน้อย ส่วนในรุ่น P7™ Sport ใช้โครงยางแบบ 60 tpi

ยางรุ่นไหน เหมาะกับใคร และจักรยานแบบใด

  1. จักรยานเสือหมอบ เลือกใช้ยาง P ZERO™ RACE, P ZERO™ RACE TLR และ P ZERO™ ROAD
  2. สำหรับการซ้อม เลือกใช้ยาง P7™ Sport
  3. สำหรับจักรยานแบบ Time Trail หรือไตร เลือกใช้ยาง P ZERO™ RACE TLR SL

สำหรับรีวิวเปรียบเทียบยางจักรยานที่เรายกมาในบทความนี้ เป็นยาง Pirelli ที่อยู่ในส่วนของยางสำหรับจักรยานเสือหมอบเท่านั้น ใครเป็นนักปั่นสายอื่น หรือมองหายางแบบอื่นลองเข้าไปสอดส่องดูได้ที่เว็บของ Pirelli และไว้โอกาสหน้าเราจะหยิบมารีวิวให้นักปั่นทุกคนได้อ่านกันอีกรอบ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

สะดวก รวดเร็ว

ด้วยบริการขนส่งสินค้าจากบริษัทขนส่งชั้นนำ

คัดสรรแบรนด์

สินค้าคุณภาพจากแบรนด์ระดับโปรทัวร์

มั่นใจกับการประกันสินค้า

รับประกันสินค้าโดยตรงจากเจ้าของผลิตภัณฑ์

ซื้อสินค้าปลอดภัยด้วย

บริการชำระเงินผ่าน K-Payment Gateway จาก ธนาคารกสิกรไทย